Science Department  Taphanhin School

Get Adobe Flash player
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้11
mod_vvisit_counterเมื่อวาน28
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้180
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว164
mod_vvisit_counterเดือนนี้817
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว1035
mod_vvisit_counterรวม64939

We have: 2 guests, 1 bots online
Your IP: 54.205.175.144
 , 
Today: เม.ย. 23, 2014
Home พระบิดา
  • Photo Title 1
  • Photo Title 2
  • Photo Title 3
  • Photo Title 4
  • Photo Title 5

พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

"พระบิดาแห่งวิทยาศาตร์ไทย"

 

            เป็นที่ยอมรับกันว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาราศาสตร์ ทรงมีความเชี่ยวชาญทางด้านดาราศาสตร์เทียบเท่ากับนักดาราศาสตร์สากล พระองค์ทรงวางรากฐานที่จะนำวิทยาการใหม่ของตะวันตก ตลอดจนความรู้ทางวิทยาศาสตร์แผนใหม่ และเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริหารประเทศอย่างระมัดระวัง และดัดแปลงให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์ของประเทศ สิ่งใดแปลกใหม่
แม้ไม่ทรงได้เคยรู้มาก่อน ก็ทรงตั้งพระทัยติดตามศึกษาหาความรู้ด้วยน้ำพระทัยของนักวิทยาศาสตร์

            เมื่อ นักวิทยาศาสตร์ไทยได้มีการประชุมกัน เพื่อพิจารณาหาวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ได้ตกลงมีมติเลือกวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงคำนวณคาดหมายไว้ว่าจะเกิดสุริยุปราคาที่ ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ และเสนอขอความเห็นชอบจากรัฐบาลสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 14 เมษายน อนุมัติให้วันที่ 18 สิงหาคม เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 เป็นต้นไป และได้ประกาศยกย่องว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็น พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย นับว่าเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

            ในรัชสมัยของพระองค์ ทรงได้รับการยกย่องจากวงการวิทยาศาสตร์ของชาติมหาอำนาจในยุคนั้น กล่าวคือ
   1. พระองค์ทรงได้รับการทูลเกล้าฯถวายพระเกียรติ ให้ทรงเป็นสมาชิกกิติมศักดิ์ของสัตววิทยาสมาคม (Zoological Society) แห่งสหราชอาณาจักร
   2. ประมุขของต่างประเทศตระหนักดีว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระทัยในเรื่องของวิทยาศาสตร์ เครื่องราชบรรณาการส่วนมากเป็นเครื่องมือและหนังสือทางวิทยาศาสตร์รวมอยู่ ด้วย เช่น พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร ได้ถวายกล้องโทรทรรศน์ ซึ่ง เซอร์ จอห์น เบาริง ได้บันทึกว่า "กล้องที่นำมาถวายมีคุณภาพต่ำกว่ากล้องโทรทรรศน์ที่ทรงมีอยู่แล้ว"
   3. พระองค์ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ เซอร์ จอห์น เบาริง ราชทูตแห่งสหราชอาณาจักรเขียนเล่าไว้ว่า ห้องส่วนพระองค์เป็นห้องที่มีเครื่องมือวิทยาศาสตร์เช่นเดียวกับห้องนัก ปราชญ์ราชบัณฑิตที่มั่งคั่งในทวีปยุโรปสมัยนั้น และหมอเหา (Dr. House) ได้บันทึกรายละเอียดไว้จากที่เขาได้เฝ้าที่วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครั้งยังทรงผนวชอยู่ไว้ว่า "ข้าพเจ้าได้เหลียวมองไปรอบๆ ห้อง และเห็นพระคัมภีร์ไบเบิลของสมาคม เอ. บี.(A.B. Society) และพจนานุกรมเวบสเตอร์ตั้งเคียงบนชั้นบนโต๊ะเขียนหนังสือ นอกจากนั้นยังมีตารางดาราศาสตร ์และการเดินเรือวางอยู่ด้วยส่วนข้างบนอีกโต๊ะหนึ่งมีแผงผังอุปราคาที่จะเกิด ขึ้นครั้งต่อไป มีรายการคำนวนเขียนไว้ด้วยดินสอ นอกจากนั้นยังมีแบบลอกแผนที่ของ นายชานเดลอร์ (Mr. Chandler) วางอยู่ด้วย" (มอฟแฟ็ท 2520 : 27)

 

(ภาพทางซ้าย) เครื่องมือดาราศาสตร์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้แกแผนที่ดาว และเครื่องมือวัดมุมดาว หรือ เซกส์แทนต์ ( Sextant )
ปัจจุบีนเก็บรักษาอยู่ ณ พิพิธภัณฑ์วัดบวรนิเวศวิหาร
โต๊ะทรงคำนวณในพระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นโต๊ะไม้สักด้านบนของโต๊ะมีบานเปิด พื้นบนบานเปิดเป็นกระดานชนวน
ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร
และ
ปฏิทินปักษ์ขคณณา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงคิดค้นวิธีคำนวณปักษ์
เพื่อประโยชน์ในการกำหนดวันธรรมสวนะ ให้ภิกษุสงฆ์ทำสังฆกรรมให้ถูกต้องตามคติของดวงจันทร์
ปัจจุบันยังคงใช้อยู่ในคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุธิกนิกาย

   
ผล งานทางวิทยาศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นการวางพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย ได้แก่ งานทางด้านการวิจัย และการสถาปนาเวลามาตรฐาน

         พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๓๔๗ ทรงผนวชตั้งแต่พระชนมายุ ๒๑ พรรษา ทรงพระวิริยะอุตสาหะศึกษาพระปริยัติธรรม และพระไตรปิฎกทุกพระคัมภีร์ ทรงรอบรู้แตกฉานในพระพุทธศาสนา ด้วยทรงผนวชนานถึง ๒๗ พรรษา ทรงเป็นผู้นำทางศาสนาจัดระเบียบปฏิบัติ และตั้งคณะสงฆ์นิกายใหม่ เรียกว่า คณะธรรมยุติกนิกาย

               เมื่อครั้งเสด็จธุดงค์ไปยังเมืองนครปฐม ทรงพบพระปฐมเจดีย์ ถูกทอดทิ้งอยู่ในป่ารกร้าง ภายหลังจึงโปรดให้บูรณะปฏิสังขรณ์โดยก่อเจดีย์แบบลังกาครอบเจดีย์เดิม นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังทรงปราดเปรื่องหลายภาษา ทั้งภาษาละติน มคธ บาลี สันสกฤต อังกฤษ และฝรั่งเศส ทรงใช้ภาษาอังกฤษ ศึกษาความรู้แขนงอื่นๆ อาทิ คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ กฎหมาย การศาสนา จึงทรงเป็นกษัตริย์นักศึกษาตลอดพระชนมชีพของพระองค์

                ในปี พ.ศ. ๒๓๙๘ สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียแห่งประเทศอังกฤษ ทรงส่ง เซอร์ จอห์น เบาวริง เป็นราชฑูตเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงต้อนรับอย่างสมเกียรติ ทรงสนทนาด้วยภาษาอังกฤษตลอดเวลา เป็นที่ปลาบปลื้มแก่ราชฑูตยิ่งนักถึงกับกราบทูลว่า พระองค์เป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์แรกในบูรพาทิศที่ตรัสภาษาอังกฤษได้ ด้วยพระปรีชาสามารถที่ประจักษ์แก่ชาวตะวันตก พระนาม King Mongkut จึงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางของชาวต่างประเทศทั่วไป

 

สุริยุปราคาเต็มดวง พ.ศ.2411
  เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๙ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงที่ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไว้ล่วงหน้าถึง ๒ ปีได้ด้วยพระองค์เอง ครั้นพอถึงเวลา ๑๑ นาฬิกา ๓๖ นาที ๒๐ วินาที ของวันอังคารที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๑๑ ฟ้ามืดเหมือนเวลาพลบค่ำ ปรากฎการณ์ก็อุบัติขึ้นจริง ตรงตามวัน เวลา และสถานที่ ทุกประการ โดยไม่ผิดพลาดแม้วินาทีเดียวอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง และ ตรงกับการคำนวณด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบัน ทั้งนี้ พระองค์ทรงคำนวณได้แม่นยำกว่า นักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสถึง 2 วินาที ...

                 เป็น ที่เข้าใจกันว่า คนไทยเรานั้น มักจะไม่ค่อยตระหนักว่า เมืองไทยของเราทุกวันนี้ มีทรัพยากรบุคคลในระดับต่างๆ ที่มีความรู้ความสามารถ ทั้งเด็ก นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่มีความคิดสร้างสรรค์ในด้านต่างๆ นักวิชาการ ครูอาจารย์ในสถาบันการศึกษาที่ทำงานวิจัย สร้างนวัตกรรม และองค์ความรู้ขึ้นใหม่ ชาวบ้านในชุมชนแต่ละท้องถิ่นต่างก็มีภูมิปัญญาและผลิตภัณฑ์ที่น่าทึ่ง ผู้ประกอบการชาวไทยก็สามารถผลิตสินค้าและบริการที่สามารถแข่งขันได้ในระดับ โลก

เมื่อนึกถึงภาพในอดีตกาล เมื่อครั้งยังเป็นสยามประเทศ ที่บรรพบุรุษของเราอุดมไปด้วยภูมิปัญญา และความมีคุณธรรม จนสามารถสร้างบ้านแปลงเมือง และสามารถนำพาประเทศชาติ ผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยุ่งยากมาหลายครั้งจนสุดจะนับได้

ในยุคที่ชาวตะวันตก นิยมล่าเมืองขึ้นแถบตะวันออกนั้น สยามประเทศเรา เป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางวัฒนธรรม แต่ก็มีช่องว่างทางวิทยาการ เมื่อเทียบกับชาวตะวันตกที่เข้ามาคบค้าหาผลประโยชน์ด้วย จนนำมาซึ่งความเสียเปรียบในลักษณะต่างๆ พระเจ้าแผ่นดินในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ จึงต้องใช้ศิลปะชั้นสูงอย่างมาก เพื่อที่จะปกป้องรักษาผลประโยชน์และผืนแผ่นดินให้ดำรงอยู่ได้ด้วยความผาสุก

 

 

พระ บาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ธ ผู้ทรงอุดมไปด้วยพระปรีชาญาณแตกฉานในสหวิทยาการ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งที่มีพระราชประวัติที่น่าสนใจในหลายแง่ มุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอัจฉริยภาพด้านวิทยาศาสตร์ อันเป็นที่ประจักษ์ แก่ชาวตะวันตกถึงความสามารถของ "Siamese" เป็นอย่างดี ดังที่ปรากฎเป็นลายลักษณ์อักษรในเอกสารทางประวัติศาสตร์ทั้งของไทยและต่าง ประเทศ

 

หนังสือดาราศาสตร์ที่ทรงใช้ศึกษาวิชาดาราศาสตร์

หนังสือดาราศาสตร์ที่ทรงใช้ศึกษาวิชาดาราศาสตร์

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  โรงเรียนตะพานหิน  ถนนชมฐีระเวช  ตำบลตะพานหิน  อำเภอตะพานหิน  จังหวัดพิจิตร  66110